
โอกาสของเงินลงทุนของสถาบันที่ไทยไป Hunt มาได้
ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงแรงสุดในรอบเกือบ 28 ปี โดยลดลงสูงสุด 11.4% เป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020 ตลาดเปิดลงทันที -8% จนต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราว 30 นาที ก่อนจะร่วงต่อเนื่อง
จากต้นปี 2026 ตลาดอินโดร่วงไปแล้วเกือบ 40% กลายเป็นตลาดหุ้นแย่ที่สุดในโลกปีนี้ ทั้งที่ต้นปีเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ที่ราว 9,174 จุด
ธนาคารใหญ่ 3 แห่ง
BBCA BBRI BMRI ร่วงเกือบ 15% ในวันเดียว เพราะต่างชาติถือหุ้นสูงและเป็นเป้าหมายขายหลัก
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในเซสชันแรกวันนั้นประมาณ Rp 2.92 ล้านล้าน และสะสมขายสุทธิตลอดปี4.9 พันล้าน
ค่าเงินรูเปียห์อ่อนลงถึง 18,070 ต่อดอลลาร์ ใกล้จุดอ่อนสุดที่ 18,190
ที่โหด คือ MSCI ประกาศเปิด consultation เพื่อลดสถานะจาก Emerging Market ลงไปเป็น Standalone โดยตรง ข้าม Frontier ไปเลยโดยระบุชัดว่า
Frontier ก็ยังไม่สะท้อนความรุนแรงของปัญหา
ปัญหาหลักคือความไม่โปร่งใสของโครงสร้างผู้ถือหุ้นและพฤติกรรมการซื้อขายที่น่าสงสัยว่ามีการประสานกัน แม้ทางการอินโดจะออกมาตรการแก้เปิดเผยผู้ถือหุ้นเกิน 1%
เป้าหมาย free float 15%
แต่ MSCI มองว่ายังไม่มีหลักฐานการบังคับใช้จริงและผลกระทบที่มีนัยสำคัญ
หากโดน Standalone จริง อินโดจะกลายเป็นตลาดเดียวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่อยู่ในกลุ่มนี้ ร่วมกับอาร์เจนตินา เลบานอน ปาเลสไตน์ ยูเครน
และกองทุน Passive ที่ track MSCI EM จะต้องขายออก ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินแรงขายเพิ่มได้ $3–5 พันล้าน
ตลาดขนาดประมาณ $1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ร่วงเกือบ 40% ในปีเดียวคงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
Consultation เปิดถึง 30 เม.ย. 2027 และจะตัดสินใจสุดท้ายภายใน 30 มิ.ย. 2027 ขึ้นกับว่าอินโดแก้ได้จริงหรือไม่ หรือจะถูกปรับไปอยู่ Tier ที่ต่ำลงจริงๆ